วันที่ 14 ก.พ.66 จังหวัดสุรินทร์โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง ประจำปี 2566 ครั้งที่ 14 โดยมีนายพิจิตร บุญทัน ผู้ว่าราชกาลจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยนำอัตลักษณ์การแต่งงานแบบกลุ่มชาติพันธุ์กูย หรือกวย โบราณของจังหวัดสุรินทร์ หรือเรียกว่า"พิธีซัตเต"มาเป็นสิ่งจูงใจเพื่อตึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนจังหวัดสุรินทร์ กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดให้คึกคักภายหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย โดยมีขบวนแห่ช้างคู่บ่าว-สาว เริ่มขบวนจากหลังสถานีรถไฟสุรินทร์ ผ่านถนนสายหลักใจกลางเมืองสุรินทร์ เพื่อไปยังสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา (สวนใหม่) เพื่อร่วมพิธีซัตเต ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเพณี การแต่งงานแบบพื้นบ้านของชาวกวย, กูย, ส่วย หรือ เยอ คำว่า "ซัตเต" เป็นภาษาส่วย แปลว่า "ผูกแขน" หรืออาจจะเรียกตามภาษาเขมรถิ่นไทยในแถบสุรินทร์ว่า "ฮาวปลึงจองได" ก็ได้ ซึ่งคำว่า "ฮาวปลึง" หมายถึง "การเรียกขวัญ" ส่วนคำว่า "จองได" มีความหมายว่า "ผูกข้อผูกแขน หรือ ผูกข้อมือ" ซึ่งตามประเพณีอีสานทั้งอีสานเหนือ อีสานใต้ การจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญเป็นการแสดงความชื่นชมยินดีให้กับเจ้าของขวัญ ให้มีความสุข อายุยืนยาว มีพิธีการสู่ขวัญ หรือสูตรขวัญ โดยพ่อหมอหรือพราหมณ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งการสวดนี้ก็จะใช้ภาษาท้องถิ่นแตกต่างไป ในจังหวัดทางอีสานใต้ก็จะใช้ภาษาเขมร เมื่อเสร็จสิ้นการสวดแล้วก็จะมีการผูกข้อมือโดยพราหมณ์ และญาติผู้ใหญ่ เป็นสัญลักษณ์ของการรับขวัญและเป็นสิริมงคลสืบไป จากนั้นจะมีพิธีเลี้ยงอาหารช้าง เพิ่มความเป็นสิริมงคล และร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์ และที่สำคัญคือพิธีจดทะเบียนสมรสบนหลังช้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่งเดียวในโลกโดยวันวาเลนไทน์ในปี 2556 นี้มีคู่บ่าว-สาว เข้าร่วมจำนวน 30 คู่ และช้างจำนวน 30 เชือก อีกทั้งปีนี้เป็นปีแรกที่มีการจัดขบวนพาเหรดคู่สมรสในเมืองสุรินทร์ เพราะปีผ่านๆ มาจะจัดอยู่ที่หมู่บ้านช้าง อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งในปีนี้มีงานวัฒนธรรมจัดขึ้นพร้อมกันถึง 3 งานนั่นคืองานมหกรรมแสดงสินค้าของดีภาคอีสาน งานจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง และงาน 1st Thailand CEF
ทั้งนี้ ไฮไลท์สำคัญของพิธีจดทะเบียนสมรสบนหลังช้างในปีนี้อยู่คู่บ่าว-สาวที่มีอายุมาที่สุด ของจำนวนคู่บ่าว-สาว ทั้งหมด 30 คู่คือคุณแก้ว บุตรชาติ (อตีควาญช้างหลวง) อายุ 89 ปี และคุณยายเกษราภรณ์ สมุดทอด อายุ 70 ปี โดยคุณตาบอกว่าตนรู้สึกยินดี และดีใจมากๆที่ทางจังหวัดเชิญมาเป็นคู่บ่าว-สาว กิตติมศักดิ์และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานนี้ ตนเองกับคุณยายเกษราภรณ์ เพิ่งจะอยู่กินด้วยกันมาเมื่อไม่กี่ปี วันนี้เลยถือโอกาสมาจดทะเบียนสมรสบนหลังช้างเพื่อจะได้เป็นความภาคภูมิใจและได้เป็นการช่วยบ้านช่วยเมืองไปด้วย
จินดาพร คล้ายคลึง : รายงาน