<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[คลังความรู้]]></title>
<link>https://surin.prd.go.th/th/content/category/index/id/8</link>
<atom:link href="https://surin.prd.go.th/th/content/category/index/id/8" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[จ.สุรินทร์ จัดโครงการ "สภากาแฟ” ประจำเดือนเมษายน 2567 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างส่วนราชการและภาคเอกชน]]></title>
<link>https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/277819</link>
<guid isPermaLink="false">b5d1c7f63a2461bba7be1a874badf12d</guid>
<pubDate>Wed, 10 Apr 2024 09:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 10 เมษายน 2567 เวลา 07.00 น. ที่ ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ถนนปัถมานนท์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ นายพิจิตร บุญทัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และตัวแทนองค์กร ภาคประชาชน ได้ร่วมกิจกรรม &quot;สภากาแฟ&quot; จังหวัดสุรินทร์ ประจำเดือนมีนาคม 2567<br />
โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐและประโยชน์สุขของประชาชน โดยจัดให้มีการพบปะ ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในรูปแบบการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ<br />
ทั้งนี้ ได้ทำการมอบป้ายโครงการสภากาแฟ ให้กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงพลังงาน ร่วมเป็นเจ้าภาพในพฤษภาคม 2567</p>

<p>จินดาพร คล้ายคลึง : รายงาน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://surin.prd.go.th/th/file/get/file/20240410dc15577c6c1894344f2dcf49cf54fb01090923.jpg' type='image/jpg' length='1265839' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ประดู่ทองฟาร์ม  หมูป่าลูกผสม ปลอดภัย ไร้โรค ]]></title>
<link>https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/194551</link>
<guid isPermaLink="false">ba8064a80b8ef7ab7c35c551f89f2cde</guid>
<pubDate>Sat, 01 Jul 2023 17:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>โดยนายเกียรติศักดิ์ สอนตะคุ หรือต้อม อดีตพนักงานบริษัท ที่อิ่มตัวกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ หันมาใช้ชีวิตท้ายทุ่ง มุ่งทำการเกษตรปศุสัตว์ เลี้ยงหมูป่า หารายได้เข้าครัวเรือน โดยริเริ่มการเลี้ยงหมูป่าเพียงไม่นาน ตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 65 สานฝันความคิดที่อยากจะทำมานานแต่ไม่มีโอกาสเนื่องจากไม่กล้าที่จะลงมือทำ พยายามหาสัตว์ที่สามารถสร้างรายได้มาเลี้ยงเช่น ไก่พันธุ์พื้นเมือง ไก่ไข่ ปลาหมอ ปลานิล แต่พบว่า หมูป่ามีต้นทุนที่ต่ำ เลี้ยงง่าย ให้เวลาน้อย เนื่องจากสามารถให้พืชที่มีอยู่รอบสวน เช่น กล้วย หญ้า มาเป็นอาหารได้ ทำให้หมูป่าของประดู่ทองฟาร์ม &nbsp;ปลอดภัย ไร้สารพิษ</p>

<p>คุณต้อมได้เริ่มเลี้ยงแม่พันธุ์ 2 ตัว ได้ลูกหมูป่า 17 ตัว เมื่อลูกหมูหย่านม (ในระยะเวลาประมาณ 45 วัน) จึงลองโพสต์ขายผ่านโซเชียล และสามารถได้ทุนคืนในระยะเวลาเพียงไม่ถึง 2 เดือน&nbsp;</p>

<p>เบอร์โทร : 088-912-5289 คุณต้อม ประดู่ทองฟาร์ม&nbsp;</p>

<p>พิกัด : <a href="https://maps.app.goo.gl/KTx3Src8iFgDJGYbA?g_st=ic">https://maps.app.goo.gl/KTx3Src8iFgDJGYbA?g_st=ic</a></p>

<p>จินดาพร คล้ายคลึง : รายงาน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://surin.prd.go.th/th/file/get/file/20230701152f930f89cd81aa4862913c91ee53d2170739.JPG' type='image/jpg' length='2027997' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไข่เค็มสมุนไพร จากเกลือสีดำ ]]></title>
<link>https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/191588</link>
<guid isPermaLink="false">8767c046de2fedfbf6a394a3e5e6682c</guid>
<pubDate>Wed, 21 Jun 2023 15:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สวนป่าพฤกษาไพร&nbsp;ตั้งอยู่ที่ 100 ม. 3 บ้านซาด ต.เมืองบัว อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ โดยคุณสาธนี โอนไธสง หรือ ไก่ เล่าว่า ตนเป็นคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องความสวยความงาม ที่มาจากภายใน โดยได้ทำผลิตภัณฑ์เสริมความงามสมุนไพรขายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงเป็ดไข่ ท่ามกลางพืชผสมผสาน แต่ด้วยจำนวนไข่เป็ดที่มาก และอยากเพิ่มรายได้ให้ตนเอง จึงได้นำไข่เป็ด มาทำการแปรรูปเป็นไข่เค็ม ที่มีส่วนผสมจากเกลือสีดำ ซึ่งมีแร่ธาตุ 84 ชนิด&nbsp; มีสรรพคุณหลายอย่าง อาทิ&nbsp; <b>ช่วยลดอาการปวดท้อง</b><b> </b><b>ที่เกิดจาก</b><a href="https://amprohealth.com/magazine/gastroesophageal-reflux-disease-GERD/"><b>กรดไหลย้อน</b></a><b>&nbsp;</b><b>ท้องอืดท้องเฟ้อ</b><b> </b><b>ท้องผูกและท้องร่วงช่วยขับสารพิษ</b><b> </b><b>โลหะหนัก</b><b> </b><b>และสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย</b><b> </b>มี<a href="https://amprohealth.com/nutrition/iodide/">ไอโอดีน</a>ชนิดโมเลกุลเล็ก ช่วยป้องกันโรคคอหอยพอก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยและการดูดซึมสารอาหาร ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากโรคข้ออักเสบ ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชาย&nbsp; ช่วยฟื้นฟูพละกำลังให้ร่างกายสดชื่น สดใส เป็นต้น จึงทำให้ไข่เค็ม สวนป่าพฤกษาไพร&nbsp;ของคุณไก่ มีรสชาติที่ดี และมีคุณประโยชน์มาก</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ ในสวนป่าพฤกษาไพร ยังมีสินค้าออแกนิกมากมาย ที่ทางคุณไก่ ได้แปรรูป และแบ่งขายให้ชุมชน สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับนักเรียน และคนในชุมชนใกล้เคียง โดยการจัดอบรมให้ความรู้ และส่งเสริมให้คนในชุมชนสามารถหารายได้ จากส่ิงใกล้ตัว</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจไข่เค็ม สวนป่าพฤกษาไพร สามารถซื้อได้ที่ <a href="http://surinbest.com">surinbest.com</a> หรือเบอร์โทร 0854868924</p>

<p>จินดาพร คล้ายคลึง : รายงาน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://surin.prd.go.th/th/file/get/file/20230621aceba4012c6cfe16f13dac4812f8e256154337.jpg' type='image/jpg' length='3314541' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หมาก พืชที่สร้างรายได้มาแรงปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้นาน 30 ปี]]></title>
<link>https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/129345</link>
<guid isPermaLink="false">bb3ca700927cf6634eb33326dad0dea0</guid>
<pubDate>Mon, 24 Oct 2022 18:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>หมาก !!! พืชสร้างรายได้มาแรง ปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้นาน 30 ปี ตลาดต่างประเทศต้องการสูง &ldquo;หมาก&rdquo; พืชสร้างรายได้มาแรง ปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้นาน 30 ปี ตลาดต่างประเทศต้องการสูง ในช่วงหลายเดือนหลังมานี้ หลายท่านคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับราคาของหมากพุ่งสูงแข่งกับราคาน้ำมันกันแล้ว นั่นก็มีสาเหตุมาจากตลาดต่างประเทศที่มีความต้องการสูงอย่าง อินเดีย จีน เมียนมา ดูไบ เวียดนาม แห่บินมาซื้อทั้งหมากสด-แห้ง ในภาคใต้และตะวันออกและภาคอีสาน ส่งผลให้ราคาหมากพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าหากท่านใดสนใจอยากปลูกหมากเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องศึกษาการตลาดในพื้นที่ของตนเอง และวิธีเทคนิคการปลูกให้ดีก่อน</p>

<p>นายไพรยวน พันธุ์ศรีดาหรือ พี่ยวน นายไพรยวน &nbsp;อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 19 ตำบลบัวโคก อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรผู้ ยึดอาชีพปลูกหมากมานานตั้งแต่ปี 41 พร้อมกับทำสวนกล้วยควบคู่กันไป เล่าถึงสถานการณ์หมาก ตลอดระยะที่ทำมาถือว่าการตลาดและราคาดีขึ้นเรื่อยๆ จากตอนที่เริ่มปลูกใหม่ๆ ขายหมากแห้งได้ในราคากิโลกรัมละ 40 บาท และในเวลาต่อมามีการขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปลายปีที่ผ่านมาราคาหมากดีดสูงขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 70-100 บาท สามารถสร้างรายได้ถึงหลักล้านต่อปี การปลูกระยะแถว 2 เมตร กลาง 3 เมตร พี่ยวน เล่าถึงจุดเริ่มต้นการปลูกหมากสร้างรายได้ว่า เนื่องจากหมากเป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย เหมาะปลูกในพื้นที่ได้ทุกภาคที่มีสภาพอากาศชื้นสูง ไม่ต้องฉีดยาบำรุงอะไรมาก และด้วยความที่เป็นพืชที่ปลูกกันมายาวนาน การตลาดจึงหาได้ไม่ยาก มีพ่อค้ารับซื้อประจำถึงสวนเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ หรือพ่อค้าจากต่างประเทศก็บินมาซื้อกันถึงที่สวน ทำให้ตนเองตัดสินใจที่จะปลูกหมากเป็นอาชีพ โดยสายพันธุ์ที่เลือกปลูกคือ หมากพันธุ์เกษตรชุมพร ต้นสูง มีจุดเด่นที่ลูกดก เปลือกบาง เนื้อหนา เหมาะกับการทำหมากแห้ง ได้น้ำหนักดี 4 ปีให้ผลผลิต ปลูกครั้งเดียวเก็บได้นาน 30 ปี หากมีการดูแลจัดการสวนที่ดี ผลผลิตเก็บได้นานถึง 40 ปี ปัจจุบันปลูกอยู่จำนวน 2 ไร่ ปลูกหมากในระยะ 2&times;3 เมตร ต้นปีหน้าจะปลูกอีก 3 ไร่</p>

<p>&ldquo;ถ้าหากพูดถึงสายพันธุ์หมากบางคนชอบปลูกหมากเตี้ย บางคนชอบหมากตูดแหลมเพื่อการส่งออกขายไปต่างประเทศ แต่หมากพันธุ์เกษตรชุมพร ต้นสูง ที่สวนพี่ปลูกลักษณะลูกจะคล้ายไข่ไก่ เมื่อผ่าออกมาแล้วจะเห็นได้ชัดว่าเปลือกจะบาง เนื้อเยอะ ทำขายแห้ง โดยการเก็บหมากสุกจากต้น แล้วนำไปตาก และอบทำเป็นหมากแห้งขาย&rdquo; ผลผลิตบำรุงปุ๋ยดี ออก 6-8 ทะลาย เทคนิคการปลูกหมาก สร้างรายได้ เจ้าของสวนบอกว่า ควรปลูกดินที่มีการระบายน้ำได้ดี ร่วนซุย หมากเป็นพืชที่เหมาะปลูกในสภาพพื้นดินร่วนปนทราย หรือเป็นพื้นที่ดินเหนียวก็ได้แต่น้ำต้องไม่ขัง ปลูกแบบไม่ต้องยกร่อง ในระยะห่างระหว่างต้นที่เหมาะสม คือ 2&times;2, 2&times;3 เมตร รากหมากได้เดินหาอาหารเต็มที่ 1 ไร่ ปลูกได้ประมาณ 250 ต้น แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ แต่ถ้าหากปลูกในระยะถี่เกินไป จะทำให้เกิดการแย่งอาหารกัน รากจะแน่นเกินไป ส่งผลทำให้ต้นไม่สมบูรณ์ ได้ผลผลิตน้อย เปลือกบาง เนื้อหนา</p>

<p>โดยวิธีการปลูกของที่สวนจะนำหมากสุกมาเพาะพันธุ์เอง ใช้เวลาในการเพาะประมาณ 3 เดือน ถึงจะย้ายกล้าลงหลุมปลูกได้ ในการปลูกจะต้องขุดหลุม กว้าง คูณ ลึก 30 เซนติเมตร หมากเป็นพืชที่ทนแล้ง และถ้ารดน้ำ ให้ปุ๋ยตลอด ผลผลิตจะออกตลอดทั้งปี และการปลูกควรปลูกในช่วงหน้าฝน เพราะว่ารากจะได้จับดิน ช่วยทนแล้งด้วย การดูแลรดน้ำ-ใส่ปุ๋ย เมื่อปลูกไปได้สักระยะหนึ่งให้ทำการตัดหญ้าทำความสะอาดภายในสวน รดน้ำด้วยระบบสปริงเกลอร์ 2-3 วันครั้ง หากเป็นช่วงฤดูฝนก็จะงดการให้น้ำไปก่อน ส่วนการใส่ปุ๋ยตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ก่อนปลูกรองก้นหลุมด้วยปูนขาวป้องกันเชื้อรา โดโลไมท์ลดการเป็นกรด ป้องกันดินเปรี้ยว ทำให้ดินร่วน เก็บผลหมากคัดผล เพื่อขยายพันธุ์ต่อได้ จากนั้นรดน้ำดูแลเรื่อยๆ จนได้ระยะเวลา 3 เดือน เริ่มใส่ปุ๋ยครั้งแรก โดยปุ๋ยที่ใส่จะเป็น 1. ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยมูลสัตว์ จะช่วยปรับสภาพให้ดินร่วน 2. ให้ปุ๋ยเคมี ใส่ 16-16-16 อัตราครึ่งกิโลกรัมต่อต้น ช่วยบำรุงต้น ขยายผล และใส่ปุ๋ยคอก ต้นละ 1 กิโลกรัม 3. ในระยะสร้างดอก ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 9-24-24 และตอนติดผลแล้วจะใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ปริมาณ 3 กำมือต่อต้น เพื่อบำรุงผลผลิตให้พร้อมเก็บเกี่ยว โดยการโรยปุ๋ยที่บริเวณรอบๆ โคนต้น และขั้นตอนหลังจากเก็บผลผลิตแล้ว จะใส่ปุ๋ยเคมีและอินทรีย์บำรุงสลับกันไปเรื่อยๆ หมากที่เพิ่งเก็บสด เพื่อมาตากทำแห้ง การเก็บเกี่ยวผลผลิต หมาก</p>

<p>โดยทั่วไปหมากต้นหนึ่งจะออกผลเพียงปีละครั้ง แต่ถ้าหากมีการดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ ผลผลิตจะออกมาให้เก็บได้ตลอดทั้งปี อย่างของที่สวน หมากจะออกผลให้เก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่การขายจะเก็บเป็นหมากแห้งส่งขายปีละครั้ง เฉลี่ยผลผลิตต่อปีต่อต้น อยู่ที่ประมาณ 30 กิโลกรัม เป็นอย่างน้อย ที่ผ่าหมาก สำหรับผ่าหมากแห้ง &ldquo;โดยขั้นตอนการทำหมากแห้งส่งออก เริ่มต้นที่การเก็บหมากสุกที่มีสีผลออกส้มแดง แล้วนำไปตากแดดไว้ที่ลานตากประมาณ 10 แดด ลูกก็จะแห้ง แล้วนำเอามาเก็บไว้ในร่มถ้าเรายังไม่ทำแห้ง แต่ถ้าเราจะทำก็จะมีเครื่องหีบผ่าซีก พอผ่าซีกเสร็จแล้วก็นำไปตากแดดอีก 3-4 แดด พอให้หน้าสวย แล้วนำไปใส่เครื่องอบแห้งอีกครั้ง จากนั้นเอาไปเก็บใส่กระสอบสามารถเก็บได้เป็นปี เราก็จะทำสะสมแบบนี้ไปเรื่อยๆ พอช่วงไหนราคาดีเราก็นำออกไปขาย หมากที่ตากแห้งแล้ว ตลาดหมากเติบโตได้ดี ต่างประเทศต้องการต่อเนื่อง พี่ยวน บอกว่า การตลาดของหมากในพื้นที่ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าห่วง เพราะคนในพื้นที่สวนใหญ่จะมีพ่อค้าประจำเข้ามารับซื้อถึงสวนอยู่แล้ว ยิ่งในช่วงระยะหลายปีหลังมานี้ต่างประเทศมีความต้องการหมากไทยสูง ส่งผลทำให้ราคาดีมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหมากสด หมากแห้ง ก็ส่งออกได้ทั้งหมด โดยส่วนมากหมากจะส่งไปประเทศอินเดียและพม่าเป็นหลัก โดยการขนส่งทางเรือ และหมากภาคกลางจะมีตลาดส่งไปที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งหมากของแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกันออกไป หมากทางใต้หน้าจะขาว เป็นที่ต้องการของคนอินเดีย นำไปแปรรูปเป็นอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ หมากแห้ง พร้อมเก็บเข้ากระสอบ สำหรับรายได้ของที่สวนคิดราคาเฉลี่ยต่อปีต่อไร่ กิโลกรัมละ 50 บาท จะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 50,000-60,000 บาท ต่อไร่ เมื่อหักลบต้นทุนไปแล้วกำไรยังเหลือเกินครึ่ง เนื่องจากการปลูกหมากไม่ยุ่งยาก จัดการดูแลง่าย มีเพียงค่าปุ๋ยและค่าจัดการกำจัดวัชพืช ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพหลักที่สร้างรายได้ดี พร้อมกับทำสวนกล้วยเป็นอาชีพเสริมควบคู่กันไปอยู่ได้สบายๆ</p>

<p>จินดาพร คล้ายคลึง : รายงาน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://surin.prd.go.th/th/file/get/file/202210248535e48d35637cce57a5eeaf18d1e70b181952.jpeg' type='image/jpg' length='46682' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/286</link>
<guid isPermaLink="false">86f7ba872df6f9dd4dc238c3abd7d2a2</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://surin.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://surin.prd.go.th/th/file/get/file/20200630889d9bc9a6e3a6127248eebddeb8286e153929.jpg' type='image/jpg' length='63199' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ผลการวิจัย (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/287</link>
<guid isPermaLink="false">6438718acf71007cfa400398e24083c5</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://surin.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; กรมประชาสัมพันธ์ เป็นหน่วยงานประชาสัมพันธ์ ของรัฐบาล สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ในการ เสริมสร้าง ความเข้าใจอันดี ระหว่าง รัฐบาล และหน่วยงาน ของรัฐบาล กับประชาชน ตลอดจน ระหว่าง ประชาชน ด้วยกัน โดยวิธีการ ให้ข่าวสาร ความรู้ ข้อเท็จจริง และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน เพื่อเสนอรัฐบาล และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ โน้มน้าว ชักจูง ประชาชน เพื่อก่อให้เกิด ความร่วมมือ แก่รัฐบาล และ หน่วยราชการ ต่าง ๆ ตาม แนวทาง ที่ถูกที่ควร ในระบอบ ประชาธิปไตย โดยมี พระมหากษัตริย์ เป็นประมุข&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://surin.prd.go.th/th/file/get/file/20200811227c271d2c2d2f2fc8b7e46bab1e49be212126.jpg' type='image/jpg' length='34295' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข้อมูลสถิติ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/302</link>
<guid isPermaLink="false">416c5f108d453dbf299daf5f4ea94e4f</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://surin.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://surin.prd.go.th/th/file/get/file/2020081433761b59f95662a48b85e104e3e49ce4172854.jpg' type='image/jpg' length='56717' />
</item>
</channel>
</rss>
