ต่างชาติร้องว้าว ขบวนแห่ช้างจังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2566 มีช้างร่วมขบวนกว่า 150 เชือก

    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 เวลา 07.45 น. ณ บริเวณหลังสถานีรถไฟสุรินทร์ นายพิจิตร บุญทัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นางนุชจรินทร์ บุญทัน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ปลัดจังหวัดสุรินทร์ ส่วนราชการระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ร่วมนั่งช้างและเลี้ยงอาหารช้าง และขบวนชนชาติพันธุ์ในจังหวัดสุรินทร์ทั้งไทยลาว กุยหรือกรวยเขมร และจีน  ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาาติ รวมไปถึงโรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์  ที่จะทำอัฒจันทร์ ให้นักเรียน มานั่งชม เชียร์ ให้กำลังใจ กับขบวนแห่ ที่เข้าประกวดทุกขบวน 

   จังหวัดสุรินทร์ได้จัดให้มีการจัดงานต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้างขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2535 ณ บริเวณหลังสถานีรถไฟ โดยกําหนดจัดขึ้นก่อนวันแสดงช้างจริง 2 วัน ต่อมาได้ย้ายสถานที่จัดงานมาจัดที่ บริเวณสี่แยกน้ำพุกลางตัวเมืองสุรินทร์ กระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 40 ปี ของการแสดง ช้างจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์จึงได้มีส่วนร่วมในการจัดงานต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้าง เป็นครั้งแรก และได้เปลี่ยนสถานที่จัดงานไปจัดที่บริเวณหน้าโรงเรียนสิรินธร ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 ได้เปลี่ยนไปจัดที่บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวางจวบจนปัจจุบัน 

   สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เสมือนแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์ เพราะมีจุดเด่นอยู่ที่ความหลากหลายของกิจกรรมภายในงาน อาทิ “การเลี้ยงอาหารช้าง” “การประกวดขบวนรถ อาหารเลี้ยงช้าง” “การประกวดโต๊ะอาหารเลี้ยงช้าง” ที่ตระการตาไปด้วย ผัก ผลไม้ที่นํามาประดับตกแต่งอย่าง อลังการ, การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านตลอดรายการ ชม “ขบวนแห่ต้อนรับช้างเข้าเมือง” สัมผัสกับช้างเป็น จํานวนมากที่เข้าร่วมขบวนกว่า 150 เชือก ชมการสาธิต“พิธีเซ่นศาลปะกํา” วัฒนธรรมชาวกูย (กลุ่มชนที่มี ความสามารถในการจับและฝึกช้าง) ประกอบพิธีโดยหมอช้างรุ่นสุดท้ายของโลก ซึ่งทุกกิจกรรมมรดกทางวัฒนธรรมที่ นักท่องเที่ยวหาชมได้ยาก เป็น Soft Power ของจังหวัดสุรินทร์ที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก
 
   สำหรับโต๊ะอาหารช้างประกอบไปด้วยผักผชไม้นานาชนิด ได้แก่ ข้อล่ำสัน (อ้อย) เจ้าพันตา (สับปะรด) เจ้าเขียวทองโต (แตงโม) เจ้าเนื้อนวล (กล้วยน้ำว้า) และเจ้าเขียวกรอบเย็น (แตงกวา) ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านผลไม้ ได้รายได้มหาศาลในช่วงเวลานี้ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดสุรินทร์ 

จินดาพร คล้ายคลึง : รายงาน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar