เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2567 อำเภอพนมดงรัก ได้รับแจ้งข้อมูลข่าวสาร ผ่านสื่อออนไลน์ เพจเฟสบุ๊ค กันจอมพลัง ช่วยสู้ ว่ามีลูกสาวอายุ 11 ถูกผัวใหม่ของยาย เอาหนังสติ๊กกดใส่ตาน้องจนตาบอดสนิท เนื่องจากลูกสาวมาฟ้องแม่ว่าตา บีบหน้าอก ลูบหน้า ลูบแขน ตอนแม่ไม่อยู่ แม่จึงโทรไปฟ้องยาย แต่ยายไม่เชื่อ แล้วพาผัวใหม่ของยาย บุกมาบ้านพร้อมกับพังประตูบ้าน ผัวใหม่ยายมาต่อยแม่ส่วนยายพยายามเอามีดเข้ามาเสียบแม่หลานจึงเข้าไปถ่ายคลิ๊ปเป็นหลักฐาน ผัวใหม่ยายจึงเอาหนังสติ๊กจ่อกดใส่ตาน้องจนบอดสนิท แต่นายกลับไปบอกกับโรงเรียนว่าน้องแกล้งตาบอด หลังแจ้งความ 1 เดือนมีชายชาวพม่ามาข่มขู่ที่บ้านให้ถอนแจ้งความและไม่ให้อยู่ในจังหวัดสุรินทร์ ถ้ายังอยู่จะไม่แค่ตาบอด แถมมีคลิปเสียงยายติดต่อชายพม่าอ้างเป็นผู้มีอิทธิพลท้องที่ให้เอาเงิน 10000 ไปให้เจ้าหน้าที่เอายามาวัดแม่
นางวริศนันท์ ยศกิมานันโท นายอำเภอพนมดงรัก ได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง ติดตามตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว สรุปข้อมูล ดังนี้
เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2567 ได้เกิดเหตุ ร่วมกันบุกรุกและร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส สถานที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 35 ม.5 ต.บักได อ.พนมดงรัก พฤติการณ์ นางมเลแลอา มอนไม ผู้กล่าวหา มาแจ้งความกล่าวหา นายสุธี ผู้ต้องหาที่ 1 กับนางมากาน มวยตัน หรือนางแก้ว ผู้ต้องหาที่ 2 ว่าเมื่อวันที่15 พ.ค.67 เวลาประมาณ 15.00 น. ผู้ต้องหาที่ 1,2 ได้ร่วมกัน บุกรุกเข้าไปในบ้านเช่าของผู้กล่าวหาบ้านเลขที่ 35 ม.5 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยไม่มีสิทธิ โดยผู้ต้องหาที่ 1 ได้งัดหน้าต่างบ้านจนเปิดออกและใช้หนังสติ๊กยิงใส่นางมเลแลอา มอนไม เพื่อทำร้าน แต่ได้ยกโทรศัพท์มาบังจึงยิงถูกโทรศัพท์มือถือได้รับความเสียหาย และเมื่อผู้ต้องหาที่ 1,2 เปิดประตูบ้านที่เกิดเหตุออกแล้วได้ร่วมกันดึงตัวนางมเลแลอา มอนไม ผู้กล่าวหาออกมาและร่วมกันใช้กำลังทำร้าย และขณะนั้น มี ด.ญ.ดอกชบา โมฮาหมัด บุตรสาวของผู้กล่าวหา ใช้โทรศัพท์บันทึกภาพเคลื่อนไหวขณะเกิดเหตุไว้ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ใช้หนังสติ๊กยิงไปเพื่อประทุษร้าย และถูกดวงตาข้างขวาได้รับบาดเจ็บไม่สามารถมองเห็นเป็นปกติได้
ด้าน สภ.พนมดงรักได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 2 (นางแก้ว) เนื่องจากมีพฤติกรรมข่มขู่ผู้เสียหาย และได้นำตัวฝากขังเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2567
จากนั้น เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.67 พนักงานสอบสวน สภ.พนมดงรัก ได้นำตัวนายสุธี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาที่ 1 มาเพื่อทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ทั้งนี้ ที่ทำการปกครองอำเภอพนมดงรักได้ประสานงานแจ้ง สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวดำเนินการพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ต่อไป