จ.สุรินทร์ จัดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการครบรอบ 133 ปี
วันที่ 1 เมษายน 2568 เวลา 07.45 น. ณ หอประชุมสุรินทร์วัฒนา ชั้น 2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการครบรอบ 133 ปี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารการศึกษา ครู นักเรียน เข้าร่วมฯ
ภายในพิธีประกอบด้วย พิธีสงฆ์ ณ บริเวณอาคารราชวัลลภ พิธีมอบรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ และรางวัลการประกวดบทความ "ความภาคภูมิใจในการเป็นบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ" ณ หอประชุมคุรุสภา กิจกรรมบริจาคโลหิต ณ หอประชุมคุรุสภา และหลังพิธีมอบรางวัลฯ ประธานในพิธีตรวจเยี่ยมกิจกรรม Big Cleaning ของหน่วยงานในสังกัด/ในกำกับ ภายในกระทรวงศึกษาธิการ
จาก “กระทรวงธรรมการ” เมื่อวันที่ 1 เมษายน สมัยรัตนโกสินทร์ศก 111 ปีมะโรง ตรงกับพุทธศักราช 2435 สู่การเปลี่ยนผ่านวัน ผ่านยุค ผ่านสมัย และผ่านเรื่องราวเหตุการณ์ จนในปีพุทธศักราช 2484 เกิดเป็น“กระทรวงศึกษาธิการ” อันเป็นสถานที่และเป็นศูนย์กลางในการกำหนดนโยบายวางแผนบริหารจัดการด้านการศึกษา ส่งเสริม และเป็นส่วนสำคัญช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ
132 ปี ที่ผ่านมา สู่ 133 ปี ที่กำลังจะก้าวไป กระทรวงศึกษาธิการภายใต้การนำของ พลตำรวจเอก เพิ่มพูนชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายเพื่อ “สาม” เป้าหมายสำคัญนั่นคือ การสร้างผู้เรียนให้มีความ “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” ฉลาดรู้ คือการรู้ในสิ่งที่ควรรู้อย่างยั่งยืนและรอบด้าน ฉลาดคิด คือการคิดอย่างมีวิจารณาญาณและสร้างสรรค์ ฉลาดทำ คือการลงมือทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม เป้าหมายทั้งสามนี้ เปรียบเสมือนเสาหลักในการสร้างคนไทยที่มีคุณภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไปในอีกเกินกว่า 133 ปีข้างหน้า รวมทั้งนำแนวคิดการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามเพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นกรอบในการดำเนินงาน ร่วมกับพัฒนาการศึกษาไทยให้ทันต่อยุคสมัย และตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในอนาคต เพื่อให้การศึกษาของประเทศไทยมีคุณภาพที่ “ยั่งยืน” ประกอบกับนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” นับเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อผู้เรียนมีความสุข มีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ มีการพัฒนาตนเอง เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่สูงขึ้น และเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพตามเป้าหมายใน “การจัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศและการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต” เราจึงต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างการศึกษาที่เท่าเทียม พร้อมที่จะพัฒนาคนไทยทุกคนในทุกช่วงวัย สร้างความเสมอภาคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มคุณภาพการศึกษา