จังหวัดสุรินทร์เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชน (Surin Community Tourism Open House) ปี 2568 เน้น 4 ชุมชนต้นแบบ : จรัส ช่างปี่ ขุนไชยทอง และ เชียงสง สู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

จังหวัดสุรินทร์เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชน (Surin Community Tourism Open House) ปี 2568 เน้น 4 ชุมชนต้นแบบ : จรัส ช่างปี่ ขุนไชยทอง และ เชียงสง สู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

วันนี้ (12 ก.ย.2568) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ โรงแรมทองธารินทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ นายวสันต์ ชิงชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธีเปิดการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดสุรินทร์ (Surin Community Tourism Open House) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตัวแทนชุมชนท่องเที่ยวทั้ง 4 ชุมชนและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างคึกคัก

ในการนี้ นายธีรยุทธ ดวงมณี ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ มอบหมายให้ นายจีระชัย เจียงวรีวงศ์ นักสื่อสารมวลชนปฏิบัติการเข้าร่วมประชุมแทน

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ การบริการ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่มีอัตลักษณ์และเสน่ห์ ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว สร้างรายได้และอาชีพให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดและบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยววิถีสุรินทร์ เพิ่มเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชน จำนวน 4 เส้นทาง เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ และเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการบริหารจัดการข้อมูลท่องเที่ยวโดยชุมชนให้มีประสิทธิภาพ

นายวสันต์ ชิงชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดสุรินทร์สร้างรายได้อย่างโดดเด่นและต่อเนื่อง โดยเป็นอันดับ 1 ของประเทศในการจัดงาน OTOP ที่ผ่านมาถึง 3 ครั้ง สินค้าเด่นที่สร้างรายได้มหาศาล ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากช้าง โดยเฉพาะงาช้างและกระดูกช้าง ด้านผลไม้ก็มีทุเรียนสุรินทร์ (จากบัวเชดและพนมดงรัก) มีความโดดเด่นและเป็นโอกาสสำคัญ ด้วยราคาที่ไม่เคยต่ำกว่า 150 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าทุเรียนจากภูมิภาคอื่น ๆ เนื่องจากมีเอกลักษณ์พิเศษที่เปลือกบาง เนื้ออร่อย และละลายในปาก ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูงในการสร้างรายได้

ในด้านการท่องเที่ยวนั้น ชุมชนท่องเที่ยวของสุรินทร์มีความพร้อมอย่างมาก ทั้งยังมีสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมที่หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ก็กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น ปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย ซึ่งต่อจากนี้ไปหลังเหตุการณ์คลี่คลายลงแล้ว จะเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามามากขึ้น

จากบทเรียนจากจังหวัดอื่น ๆ ชี้ให้เห็นว่า การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ หรือการนำเสนอที่แตกต่างออกไป สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่าการพึ่งพาสิ่งที่ "ขายมานานแล้ว" แม้จังหวัดสุรินทร์จะมีความหลากหลายสูง แต่การกำหนดกลยุทธ์เพื่อสร้าง "แม่เหล็ก" ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยการนำเสนอที่แปลกใหม่ จะช่วยให้ชุมชนที่พร้อมอยู่แล้วได้รับประโยชน์สูงสุดจากการท่องเที่ยว ด้วยศักยภาพอันโดดเด่นในด้านผลิตภัณฑ์และโอกาสทางการท่องเที่ยว จังหวัดสุรินทร์จึงมีโอกาสในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน หากสามารถผนวกความพร้อมที่มีอยู่เข้ากับการปรับกลยุทธ์ที่เหมาะสม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการของชุมชนต่อไป

ในภาคเช้า นางสาวเพ็ญศิริรัตน์ อาจทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุรินทร์ จัดประชุมโครงการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดสุรินทร์ ประจำปีงบประมาณ 2568 กิจกรรม “การบริหารจัดการและบูรณาการการท่องเที่ยวโดยชุมชน”

โดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ได้แก่ ดร.อัครเดช สุพรรณฝ่าย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ และ ดร.ศิวาพร พยัฆนันท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและโรงแรม เพื่อให้ความรู้ด้านการจัดการ การพัฒนา และการบูรณาการการท่องเที่ยวในระดับพื้นที่

ปีนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพจาก 6 พื้นที่ ผ่านกระบวนการสำรวจ ลงพื้นที่ และประเมินความพร้อม ก่อนจะได้ชุมชนต้นแบบ ซึ่งชุมชนทั้ง 4 แห่งที่ได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้ ถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับการประเมินแล้วว่ามีศักยภาพสูงในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว สำหรับแนวคิดและกิจกรรมของทั้ง 4 ชุมชนที่ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรไม้ผลเชิงท่องเที่ยว ตำบลจรัส "หมู่บ้านชายแดนไทย-กัมพูชา ที่หันมาปลูกไม้ผลและจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร" ชุมชนบ้านช่างปี่ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานซึ่งถ่ายทอดผ่าน "ปราสาทช่างปี่ เสน่ห์แห่งวิถีชุมชนอันน่าหลงใหล" ชุมชนบ้านขุนไชยทอง "หมู่บ้านช้างเลี้ยง ที่มีฉายา หมู่บ้านต้องห้ามแห่งลุ่มน้ำมูล" และชุมชนบ้านเชียงสง "สืบสานเจ้าพ่อเชียงสง" พร้อม "วิถีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างสร้างสรรค์ และเรียนรู้กิจกรรมเชิงวัฒนธรรม" โดดเด่นจากการ "อยู่ร่วมกันอย่างลงตัวของคนในหลายชาติ"

การประชุมครั้งนี้ได้เปิดเวทีให้ชุมชนทั้ง 4 แห่ง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงชุมชน ภายใต้ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ จุดเด่นหรือไฮไลท์ของแต่ละพื้นที่ สิ่งที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติม และภาพอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรไม้ผลเชิงท่องเที่ยว ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรผสมผสานธรรมชาติ โดยนำเสนอจุดเด่นสวนผลไม้และทุเรียนคุณภาพ กิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การเดินป่า ชมน้ำตกไตรคีรีและน้ำตกถ้ำเสือ ล่องเรือชมวิวอ่างเก็บน้ำจรัส ตลอดจนการทำบุญวัดเขาศาลาและเยี่ยมชมโบราณสถานปราสาทตะเปียงรุน ทั้งนี้ กลุ่มวิสาหกิจยังถือว่าเป็นกลุ่มใหม่ ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจน ไม่มีที่พักรองรับนักท่องเที่ยว และยังมีความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย รวมถึงกิจกรรมแลกเปลี่ยนพร้อมของที่ระลึก ซึ่งคาดหวังว่าจะได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 5 ปี

ชุมชนช่างปี่ ตำบลช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิ มีปราสาทช่างปี่เป็นศูนย์กลางทางอารยธรรมและความศักดิ์สิทธิ์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นโบราณสถานเก่าแก่ พร้อมพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุ ผ้าไหมและผ้าอีโคพรินท์ รวมถึงเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นเอกลักษณ์ จุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว คือ ปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอดประตูปราสาท ซึ่งจัดเป็นงานประจำปีและบรรจุไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวของจังหวัด โดยมีความคล้ายคลึงกับปราสาทพนมรุ้ง สามารถรับชมได้ในช่วงเดือนมีนาคม (ตะวันตกดิน หลังเวลา 17.00 น. ตรงกับงานประจำปี 5–7 มีนาคม) เดือนเมษายน (พระอาทิตย์ขึ้น หลังเวลา 18.00 น.) และปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน โดยสามารถรับชมได้ต่อเนื่องนานกว่า 10 วัน ทั้งนี้ ชุมชนมีเป้าหมายจะยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวให้มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาเป็นรูปแบบ 2 วัน 1 คืน เพิ่มกิจกรรมใหม่ เช่น การทำสบู่รังไหม การนวดสมุนไพร การปลูกผักอินทรีย์ รวมถึงกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมในช่วงเช้าและช่วงเย็น เพื่อสร้างการจดจำในฐานะ “ช่างปี่มีดีให้อวด”

ชุมชนบ้านขุนไชยทอง ตำบลหนองเรือ อำเภอชุมพลบุรี มีจุดเด่นจากกิจกรรม “ลุยกับช้าง” และอาหารพื้นถิ่นจากธรรมชาติ เช่น ปลานิล รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านถนนหนทาง และมีความต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านผลิตภัณฑ์และอาหารเพื่อยกระดับมาตรฐาน อีกทั้งยังมุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวเข้ามาค้างคืนมากขึ้น เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงในช่วงที่ผ่านมา โดยชุมชนมีเป้าหมายว่าในอนาคต 5 ปี จะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยว

สำหรับชุมชนบ้านเชียงสง ตำบลเมืองลีง อำเภอจอมพระ มีตำนานการสร้างบ้านแปลงเมือง และเจ้าพ่อเชียงสงซึ่งเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยมีการสร้างอนุสาวรีย์เพื่อเชิดชูเกียรติ อีกทั้งยังสะท้อนความโดดเด่นของวิถีชีวิต 5 ชาติพันธุ์ที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน สถานที่สำคัญในชุมชน ได้แก่ อนุสาวรีย์เจ้าพ่อเชียงสง ต้นมะขามเฒ่า และลำน้ำชีซึ่งมีความงดงามในฤดูแล้ง อาหารพื้นถิ่นที่มีชื่อเสียง คือ “เบาะโดง” (น้ำพริกมะพร้าวโบราณ) รวมถึงผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาอย่างโคมไฟซุไห ซึ่งได้รับการสนับสนุนนำไปใช้ในงานสำคัญระดับจังหวัด เช่น เทศกาลโคมซุไหไหว้เจ้าเชียงสง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันชุมชนยังขาดป้ายบอกทาง ห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ และเครื่องลากแพสำหรับกิจกรรมล่องแพ โดยตั้งเป้าว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน มีซุ้มประตูที่เป็นเอกลักษณ์ และสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนได้อย่างยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนทั้ง 4 แห่ง ได้นำเสนอศักยภาพและความต้องการ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนของจังหวัดสุรินทร์อย่างยั่งยืนต่อไป.


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar