จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ส่งผลกระทบในหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง วิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และเศรษฐกิจชายแดน โดยเฉพาะการค้าขายและการท่องเที่ยว
บรรยากาศที่ตลาดช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเคยเป็นตลาดการค้าชายแดนขนาดใหญ่ระหว่างไทยและกัมพูชา มีการซื้อขายสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ สินค้าพื้นบ้าน ของป่า และสินค้าส่งออกในราคาย่อมเยา ปัจจุบันกลับเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด ร้านค้าหลายแห่งเปิดขายตามปกติ แต่กลับไร้เงานักท่องเที่ยวและผู้ซื้อ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างพื้นที่ที่ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย
นางสาวออรอ วันเพ็ญดี พ่อค้าแม่ค้าในตลาดช่องจอม เปิดเผยว่า ขณะนี้ในตลาดมีเพียงพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยเป็นส่วนใหญ่ การค้าขายซบเซาลงมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางเข้ามา แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมจะเริ่มสงบลงแล้วก็ตาม ส่งผลให้รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ยังคงคาดหวังว่า หากสถานการณ์ชายแดนมีความชัดเจนและประชาชนเกิดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยมากขึ้น ภาครัฐจะมีมาตรการประชาสัมพันธ์และกระตุ้นการท่องเที่ยวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยฟื้นฟูบรรยากาศการค้าขายและเศรษฐกิจของตลาดช่องจอมให้กลับมาคึกคักอีกครั้งในเร็ววัน