วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.20 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพลโทธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก พลตรีสมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมด้วยคณะทำงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคง สื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์แหล่งอาชญากรรมไซเบอร์และขบวนการสแกมเมอร์ ณ บริเวณ โอเสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านชายแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประเมินสภาพพื้นที่และติดตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์และขบวนการสแกมเมอร์
เมื่อคณะได้ตรวจพื้นที่โอเสม็ดและเข้าไปภายในตึกอาคารที่พักอาศัย พบว่ามีการปรับตกแต่งห้องสำหรับใช้หลอกเหยื่อเป็นแหล่งอาชญากรรมทางไซเบอร์และขบวนการสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ มีการจัดโครงสร้างการทำงานอย่างเป็นระบบ โดยมีที่พักสำหรับแรงงานระดับปฏิบัติการในลักษณะเป็นห้องแคบ ใช้เตียงสองชั้น และพักอาศัยรวมกันหลายคน ขณะที่แรงงานระดับสูงมีที่พักอาศัยที่สะดวกสบายมากกว่า
นอกจากนี้ ยังพบห้องทำงานที่มีการจัดวางคอมพิวเตอร์เป็นสัดส่วน แยกตามกลุ่มเป้าหมายของแต่ละประเทศ อาทิ ประเทศเวียดนาม ประเทศเยอรมนี ประเทศออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศ รวมถึงมีการจัดฉากสถานที่ให้มีลักษณะคล้ายสถานีตำรวจ ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และห้องที่ออกแบบให้เสมือนธนาคาร เพื่อใช้ในการหลอกล่อเหยื่อให้ทำธุรกรรมทางการเงิน ตลอดจนการจัดสภาพแวดล้อมให้ดูหรูหราและมีความน่าเชื่อถือ
ด้าน พลโทธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก เปิดเผยว่า การนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อให้เห็นถึงสภาพสถานที่จริงของอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนในระดับนานาชาติ โดยขบวนการสแกมเมอร์มีการจัดวางโครงสร้างการทำงานอย่างเป็นระบบและมีความละเอียดรอบคอบ พร้อมสิ่งจำลองที่ใช้ในการหลอกล่อเหยื่อ
ซึ่งก่อนหน้านี้ ฝ่ายไทยได้พยายามขอความร่วมมือจากทางประเทศกัมพูชา หลังทราบว่ามีชาวไทยตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือแต่อย่างใดจากฝั่งกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกฝ่ายไทยยังไม่ทราบชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์รวมของการค้ามนุษย์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กระทั่งภายหลังเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และได้รับรายงานว่าพบการใช้งานโดรนจำนวนมากในพื้นที่ดังกล่าว ทหารไทยจึงได้เข้าดำเนินการตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด