จังหวัดสุรินทร์ กำหนดมาตรการเข้ม!! ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569

นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ แจ้งข้อสั่งการในการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จังหวัดสุรินทร์(ศปถ.) ถึงการเตรียมความพร้อมดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ซึ่งกำหนดช่วงการควบคุมเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 10-16 เม.ย 69 ดังนี้ 
1.ให้นำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุด พ.ศ. 2569 จังหวัดสุรินทร์ เป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติและขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 โดยปรับใช้ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่
2. บูรณาการหน่วยงาน โดยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ตรวจตราผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างเข้มข้น ทั้งการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัยและการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และตรวจสอบผู้ที่ยังตกค้างในสถานีขนส่งต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเดินทาง
สู่จุดหมายได้อย่างปลอดภัย
3. บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับพฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขับรถย้อนศร และบรรทุกท้ายกระบะ
4. ให้บูรณาการการจัดตั้งจุดตรวจ จุดบริการ โดยบูรณาการข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน ประกอบการวิเคราะห์เพื่อเลือกสถานที่ในการตั้งจุดตรวจ และการตั้งด่านเสมือน (ด่านเร็ว) หรือจุดตรวจเสมือนในพื้นที่ เน้นการป้องกันและลดความเสี่ยง ในบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เช่น ทางตรง ทางโค้ง ทางร่วม 
ทางแยก และทางคับขัน กรณีในถนนสายหลักให้มีระยะห่างระหว่างจุดตรวจ อย่างน้อย 50 กิโลเมตร ขึ้นไป โดยพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ 
5. ให้อำเภอกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบูรณาการร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครและจิตอาสาในพื้นที่ ให้จัดตั้ง “ด่านชุมชน” เพื่อสกัด ป้องปราม และตักเตือนกลุ่มเสี่ยงและบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน อาทิ ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขับรถย้อนศร ไม่สวมหมวกนิรภัย และการขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นไม่ให้ขับขี่ออกนอกพื้นที่ โดยในพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านให้เพิ่มความเข้มงวดในการลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ โดยให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใช้มาตรการเชิงรุก “เคาะประตูบ้าน” เข้าไปพูดคุย แนะนำ ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง และใช้กลไก “ด่านชุมชน” “ด่านครอบครัว” เพื่อตักเตือน ป้องปราม ยับยั้งผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด  ดื่มแล้วขับ และไม่สวมหมวกนิรภัย
6. ให้อำเภอ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำหรือพื้นที่เล่นน้ำ ร่วมบูรณาการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการแนวทางการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ เพื่อให้ประชาชน มีความปลอดภัยในการสัญจรและท่องเที่ยว รวมทั้งป้องกันการเกิดอุบัติภัยต่าง ๆ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
7. ควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง กำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2568 ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ไม่จำหน่ายให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ในกรณีที่เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ดื่มแล้วขับ
ทำให้เกิดบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ให้มีการสืบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับร้านค้าและผู้สนับสนุนให้เด็กดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงผู้ปกครองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 
8. ให้ความสำคัญกับ “ด่านชุมชน” “ด่านครอบครัว” ในการป้องปราม และตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่ กรณีที่มีผู้กระทำผิดและไม่ปฏิบัติตาม ให้ประสานสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากมีประชาชนบางกลุ่มเดินทางล่วงหน้า และอาจมีการเฉลิมฉลอง ให้พิจารณาปรับ
ด่านชุมชนอาจมีการปรับเป็น “ชุดเคลื่อนที่เร็ว” เพื่อเข้าไปดูแลประชาชนในจุดที่มีการจัดงานหรือกิจกรรมทางศาสนา
9. ระบบการช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 1669 ระบบ iDEMS ที่สามารถแจ้งพิกัดการเกิดเหตุ โดยสื่อสารผ่านทาง VDO Call สายด่วนกรมการขนส่งทางบก หมายเลขโทรศัพท์ 1584 และสายด่วนศูนย์ปลอดภัยคมนาคม หมายเลขโทรศัพท์ 1356 เป็นต้น


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar