วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ นายกิตติ สัตย์ซื่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานกลั่นกรองผลงานระดับจังหวัด เพื่อพิจารณาคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ด้านการป้องกัน ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Thailand Rabies Awards 2026) โดยมี ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยคณะทำงานจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุริาทร์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การคัดเลือกในครั้งนี้จัดขึ้นตามแนวทางของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมปศุสัตว์ และกรมควบคุมโรค ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ อปท. ที่มุ่งมั่นสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ประชาชน ซึ่งมีเกณฑ์การประเมินผลงานอย่างเข้มข้นใน 4 ด้านหลัก รวม 200 คะแนนเต็ม ได้แก่ ด้านการบูรณาการทำงาน ด้านการพัฒนาระบบการสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ด้านผลงานโดดเด่น และด้านการจัดการวัคซีน
สำหรับปีนี้ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ที่ผ่านเกณฑ์และนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการเพื่อรับการคัดเลือกในระดับจังหวัด แบ่งเป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย:
ประเภทเทศบาล (จำนวน 3 แห่ง) เทศบาลตำบลเมืองแก (อำเภอท่าตูม), เทศบาลเมืองนอกเมือง (อำเภอเมืองสุรินทร์) และเทศบาลตำบลสำโรงทาบ (อำเภอสำโรงทาบ)
ประเภทองค์การบริหารส่วนตำบล (จำนวน 3 แห่ง) องค์การบริหารส่วนตำบลลำดวน (อำเภอลำดวน), องค์การบริหารส่วนตำบลหนองฮีออ (อำเภอสนม) และองค์การบริหารส่วนตำบลดม (อำเภอปราสาท)
นายกิตติ สัตย์ซื่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ประธานในที่ประชุม ได้กล่าวแสดงความชื่นชมและให้เกียรติแก่ผู้บริหารตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของ อปท. ทุกแห่งที่มีส่วนร่วมผลักดันงานเครือข่ายสุขภาพในชุมชนอย่างจริงจัง พร้อมทั้งเน้นย้ำให้คณะทำงานกลั่นกรองผลงานดำเนินการให้คะแนนและคัดเลือกด้วยความเที่ยงธรรม ทั่วถึงตามมาตรฐานเกณฑ์ชี้วัด เพื่อสรรหา อปท. ประเภทละ 1 แห่ง เป็นตัวแทนของจังหวัดสุรินทร์ไปเข้าสู่การประกวดคัดเลือกในระดับเขต (ปศุสัตว์เขต 3) และระดับประเทศ เพื่อชิงโล่รางวัลพระราชทานฯ ต่อไป