นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จากฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่องในห้วงเดือน กันยายน – เดือนตุลามคม เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุหลายลูก ประกอบกับปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ลำน้ำมูลจากจังหวัดนครราชสีมา ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าสู่พื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ทำให้มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมีพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในขณะนี้ จำนวน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชุมพลบุรี ท่าตูม รัตนบุรี สังขะ กาบเชิง และอำเภอสำโรงทาบ ซึ่งจังหวัดได้กำชับให้แต่ละอำเภอดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในเบื้องต้นแล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกอำเภอติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่และเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้วทั้ง จำนวน 6 อำเภอ เพื่อให้การบริหารจัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว เป็นไปตามแผนการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ในเขตพื้นที่ประสบภัย อย่างเร่งด่วน ทันต่อเหตุการณ์ และสามารถช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที และสามารถตั้งงบประมาณตามวงเงิน เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันที
ประกอบด้วย อ. ชุมพลบุรี 5 ตำบล 5 หมู่บ้าน อำเภอท่าตูม 6 ตำบล 36 หมู่บ้าน อำเภอรัตนบุรี 4 ตำบล 27 หมู่บ้าน อำเภอ สำโรงทาบ 3 ไกตำบล 7 หมู่บ้าน อำเภอสังขะ 1 ตำบล 12 หมู่บ้าน และอำเภอกาบเชิง 3 ตำบล 20 หมู่บ้าน ในภาพรวมทั้งจังหวัดมีราษฎรที่ประสบภัยและได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในครั้งนี้จำนวน 571 หมู่บ้าน 27,598 ครัวเรือน นาข้าว จำนวน84,344 ไร่ พืชสวน 625 ไร่ และพืชไร่ 4,520 ไร่ และบ่อปลา 147 ซึ่งจังหวัดสุรินทร์ได้ให้แต่ละอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยต่อไป